- ร่ม สำหรับทุกคนใน Trip 1 คันต่อ 1 คนไปเลย
- เสื้อฝนไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ เพราะจะลำบากเวลาขึ้นลงรถ ถ้ากลัวเบาะเปียก
- อุปกรณ์กันน้ำสำหรับกล้อง (ถ้ามี) กระเป๋าใส่ซองกันชื้อให้เรียบร้อย อุปกรณ์เช็ดเมื่อเปียก
- รองเท้าที่รับมือกับน้ำได้ เช่นรองเท้าฟองน้ำที่คลุมนิ้วเท้าด้วย จะได้เรียบร้อยหน่อย ไม่แนะนำพวกที่ทำจากผ้า เพราะเปียกเกือบตลอดเวลา ไม่แห้งซะที
- เสื้อหนาวสำหรับคนที่ค่อนข้างขี้หนาว (พูดจริงครับ ถึงกทม. จะร้อน 30 กว่าองศาก็เหอะ)
- หมวกปีก สำหรับบางช่วงที่ฝนไม่ตกหนัก ก็ไม่ต้องคอยถือร่ม
ถัดมาก็คือการเดินทาง ตามปกติผมมักจะใช้ดอยอินทนนท์เป็นส่วนหนึ่งของ Trip ทำให้ส่วนใหญ่เป็นสถานที่ระหว่าง Trip เช่น กลับจากแม่ฮ่องสอน หรือไปจากเชียงใหม่ มาคราวนี้เป็นเป้าหมายเลยเกิดอาการว่าจะไปทางไหนดี เท่าที่ลอง search ส่วนใหญ่เค้าจะแนะนำให้ไปทางเชียงใหม่ พอถึงลำพูดค่อยเลี้ยวทะลุไปออกสาย 108 บางคนก็ให้วิ่งไปเกือบถึงเชียงใหม่เลยแล้วค่อยเลี้ยวไปเส้น 108 แต่ผมลองให้ google map route ดูกลับแนะนำให้วิ่งถึงเถิน (ลำปาง) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเส้น 106 แทน สรุปเส้นทางเลยมีประมาณนี้
- วิ่งนครสวรรค์ - กำแพงเพชร - ตาก - ลำปาง - ลำพูน - เชียงใหม่ - ดอยอินทนนท์ เส้นทางนี้สำหรับมือใหม่ก็สามารถวิ่งได้ (แต่เหนื่อยวิ่งไกลหน่อย) ทางไม่คดเคี้ยว แทบไม่ต้องใช้แผนที่ วิ่งตามป้ายไปเรื่อยๆ ได้
- วิ่งนครสวรรค์ - กำแพงเพชร - ตาก - ลำปาง - ลำพูน - ดอยอินทนนท์ เส้นทางนี้สำหรับมือใหม่ก็พอจะวิ่งได้ แต่คงต้องชำนานเส้นทาง หรือใช้ GPS เพราะวิ่งไปเส้นทางลัดเลาะชุมชนอยู่บ้าง
- วิ่งนครสวรรค์ - กำแพงเพชร - ตาก - เถิน - ลี้ - ดอยอินทนนท์ เส้นนี้แนะนำว่าอย่างน้อยควรเคยผ่านการเดินทางไปปายหรือแม่ฮ่องสอนมาแล้ว ถ้าไม่มั่นใจไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะจะมีช่วงจากเถินไปลี้ที่ขึ้นเขาคดเคี้ยว และทางค่อนข้างแคบ แต่ข้อดีคือรถค่อนข้างน้อย และทางสั้นกว่าทาง ลำปาง - ลำพูนอยู่ประมาณ 50 กิโล (ทางนี้เตรียมถุงอ้วกเผื่อลูก Trip ด้วยนะครับ 555)
ถัดมาก็เรื่องที่พัก อันนี้คือความสบายของการเที่ยวนอกหน้าเทศกาล เพราะที่พักยังค่อนข้างหาได้ แม้จะหาล่วงหน้าก่อนเดินทางเพียง 1 วันก็ยังสามารถหาที่พัก (ที่อยากพักทั้งหมด) บนดอย 2 วัน และที่ลำปางอีก 1 วันได้
ถัดมาก็คือแผน ส่วนใหญ่ขึ้นเหนือผมจะแวะตัวเมืองนครสวรรค์เพื่อหาข้าวเช้าทาน แต่เริ่มรู้สึกว่าการเข้าตัวเมืองนครสวรรค์ชักจะเสียเวลา เพราะรถค่อนข้างติด คราวนี้เลยเปลี่ยนแผน แวะหาข้าวเช้าระหว่างทางแทน ก็เจอว่าร้านต้มเลือดหมูสิงห์บุรีได้รับคำกล่าวขวัญค่อนข้างมาก เลยจัดใส่แผ่นซะ กลางวันคร่าวๆ ก็น่าจะอยู่แถวๆ ตากก็ Search ได้ T-Park ในตัวเมืองก็ดูน่าจะได้ แผนคร่าวๆ เลยออกมาคือ
วันแรก
- ออกเดินทางเช้าตรู่
- แวะกินข้าวเช้า เล็ก ต้มเลือดหมู เค้าชมกันค่อนข้างเยอะ แต่ผมว่าก็ไม่ถึงก็ดีมาก แก้หิวได้ 14.897887, 100.419821
- ข้าวเที่ยงแวะ T-Park จังหวัดตาก เป็นลักษณะ Fast food รสชาติไม่ค่อยอร่อยนัก แต่มีห้องน้ำทำไว้ดี 16.878450, 99.128048
- แวะไหว้พระวัดพระธาตุศรีจอมทองก่อนขึ้นดอย ประมาณ 4 โมงเย็น
- กินข้าวเย็นที่พัก บ้านพักโรงไฟฟ้าบ้านขุนกลาง (อร่อยมาก) เสียดายวันนี้แม่ครัวบอกว่าไม่มีปลาเรนโบว์เทร้าท์เลยอด ส่วนยอดซาโยเต้ผัดน้ำมันหอยก็สดอร่อยมาก
- ถึงตรงนี้ก็บอกได้ว่า อากาศเย็นสบายมากแล้ว ตกกลางคืนอากาศก็เริ่มเย็นลงอีก บางคนก็เริ่มต้องเอาเสื้อหนาวมาใส่กันแล้ว
วันที่สอง
- ตื่นเช้าสัมผัสอากาศเย็นๆ ช่วงเช้า 21 องศา เย็นสบาย
- กินข้าวเช้าเบาๆ ของที่พัก (เปิด 7:30)
- เดินทางขึ้นดอยแวะถ่ายรูปกิ่วแม่ปาน ระหว่างทางฝนตกปรอยๆ เกือบตลอดทาง หมอกลงหนามาก บางช่วงมองได้ไม่เกิน 5 เมตรเท่านั้น โดยเฉพาะช่วงเลี้ยวโค้งอันตรายหมอกก็ลงจัดมาก ต้องขับช้าแบบสุดๆ
- ขึ้นจุดสูงสุดฝนก็เริ่มตกมากขึ้น เลยถอยทัพไปแวะห้องน้ำ จุดขายของฝาก และจิบกาแฟร้อนแก้หนาวก่อน
- ลงเดินเที่ยวอ่างกา ตรงข้ามจุดขายของฝาก เป็นธรรมชาติเขียวชุ่ม + ฝนตกปรอยๆ เลยยิ่งให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติมากขึ้น อากาศดีมาก วิวสวยมาก เขียวไปทุกที่ อ่างกายังเป็นจุดเรียกว่าเป็นพรุน้ำจืด (น้ำผุดจากพื้น) ที่อยู่สูงที่สุดในประเทศด้วย แม่ค้ากาแฟบอกว่าทุกปีเวลามีพิธีสำคัญๆ เช่นแรกนาขวัญ เค้าก็จะมาเอาน้ำตรงนี้ไปประกอบพิธีด้วยทุกครั้ง
- ขาลงก็เกือบ 11 โมงแล้วหมอกก็ยังลงจัดอยู่ เลยไม่ได้แวะพระมหาธาตุฯ เข้าไปคงมองไม่เห็นอะไรแน่ เลยผ่านเลย
- ระหว่างทางเจอชาวบ้านขายลูกพลับกับสาลี่เลยแวะซื้อซะหน่อย
- ถึงที่พักวันที่ 2 โครงการเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ (อยู่ข้างๆ กับที่พักเมื่อวาน 555) กินข้าวกลางวันกัน
- กินข้าวเสร็จแล้วก็แวะกินกาแฟดอยคำในโครงการ ฝนตกโปรยๆ ตกๆ หยุดๆ ตลอด
- เดินเล่นในสวนของโครงการ
- มือเย็นวันนี้งดเพราะมื้อเที่ยงจัดกันไปหนักมาก อิ่มยันเย็น
วันที่สาม
- เช้าวันนี้เย็นสบาย 20 อาศาเช่นเดิม สบายแทบไม่อยากจะลุกเลย ส่วนฝนก็ยังตกโปรยปรายอยู่เช่นเดิม
- กินข้าวเช้าเบาๆ
- เรียบร้อยแล้วออกเดินทาง แวะบ้านแม่กลางหลวง ดูนาขั้นบรรได สูดอากาศสดชื่นสุดๆ
- แวะน้ำตกสิริธาร
- แวะน้ำตกวชิรธาร
- จากนั้นลงมาจนเกือบสุดดอย ขับเข้าน้ำตกแม่ยะ เดินจากทางเข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร ทางค่อนข้างเล็ก คดเคี้ยวเล็กน้อย ประมาณ 6 กิโลจากทางเข้าจะมีจุดตรวจของอุทยานด้วย สามารถใช้บัตรที่ซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนขึ้นดอยแสดงได้
- ถึงจุดจอดรถแล้วเดินเท้าต่อ ขึ้นเนินอีก 600 เมตร
- สำหรับผมว่าเดินทางเข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร เพื่อดูน้ำตกแม่ยะเท่านั้นดูจะไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ คงต้องสำหรับคนที่ชอบน้ำตกจริงๆ ใช้เวลากับมันซักหน่อย น่าจะคุ้ม
- ลงจากดอยเลยค่อนไปทางบ่ายซะแล้ว แวะปั๊มน้ำมันได้ความว่ามีร้านอาหารชื่อทับทิมทอง อยู่ไม่ไกลนัก รสชาติ OK ไม่แพงด้วย 18.4461, 98.7228
- เสร็จแล้วเดินทางต่อผ่านใกล้ๆ เมืองลำพูน เลยแวะไหว้พระธาตุหริภุญชัยด้วย
- เดินทางตามเส้น 11 สู่ลำปาง ที่พัก อาลัมภางค์ริมแม่น้ำวัง 18.290587, 99.494936
- กินข้าวเย็นที่ The Riverside 18.290637° N 99.493127° E
- เดินเล่นต่อที่กาดกองต้า
วันที่สี่
- ตื่นเช้ากินข้าวเช้าที่พักเลย เพื่อความสะดวก อาหารรสชาติค่อนข้างดี ข้าวกล้องหอมนุ่มอร่อย ไม่แพงด้วย
- แวะฟาร์มแกะฮักยู 18.129400° N 99.391244° E
- ระหว่างทางมีด่านตรวจอยู่เรื่อยๆ ประมาณ 3 - 4 จุด เช่น สบปราย เถิน แม่วะ โดยเฉพาะแม่พริกมีด่านตรวจความเร็วด้วยคราวนี้ ที่แสบคือ เลยแม่พริกไปไม่ไกลมาก ก็มีอีกด่านอยู่กลางทาง มีพลซุ่มยิงวัดความเร็วใต้ต้นไม้เกาะกลางถนน แล้วก็เจอตำรวจยืนโบกจับความเร็วกัน ยังดีที่มีรถถนนฝั่งตรงข้ามคอยเปิดไฟสูงแจ้งเตือน เลยเลี้ยงความเร็วไม่เกิน 120 ผ่านมาได้
- แวะกินข้าวเที่ยง ผัดไทตรอกจันทร์ จังหวัดตาก 16.869023° N 99.124995° E
- ยิงยาวกลับบ้าน