ใครยังไม่ได้อ่านตอนแรก กลับไปอ่านก่อนได้ตาม Link ได้ครับ
ตอนที่ 1
ตอนที่ 2
วันที่ 3
- ตื่นแต่เช้า แวะหาอะไรเป็นข้าวเช้าแถวที่พักก่อนลุยต่อ
- แวะร้านติ่มซำ Tao Heung Restaurant ถนน Canarvon Menu เป็นภาษาจีนหมด ต้องขอ Menu ที่มีรูปจากพนักงานที่พูด Eng ไม่ได้ชี้จากรูปแล้วส่งภาษาใบ้กันอย่างเดียว แต่อาหารค่อนข้างอร่อย
 |
| ภาษาจีนล้วนๆ |
 |
| โจ๊กฮ่องกงใส่ใข่เยี่ยวม้าด้วย แต่เค้าจะหั่นใข่เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปเลย ส่วนแป้งก๋วยเตี๋ยว ข้างในมีหมู หนุบหนึบ อร่อยมาก |
 |
| ซ้ายเป็นไช้เท้าทำอะไรซักอย่าง ไม่ค่อยอร่อย (เกิดจากการชี้ผิด คิดว่าโจ๊ก -_-") ส่วนขวาขนมจีบกุ้ง กุ้งตัวใหญ่ๆ อร่อยเชียว |
 |
| กุ้งเกือบใหญ่กว่าขนบจีบละ อร่อยทีเดียว |
 |
| อะไรไม่รู้ อย่าสั่งผิดเชียว 55555 |
- เสร็จแล้วลงรถไฟใต้ดิน นั่งยาวๆ ไป Ngong Ping (ซื้อตั๋วล่วงหน้าผ่านเวปจะได้ราคาถูกกว่า แต่ต้องเอาบัตรเครดิตไปแสดงเพื่อยืนยันตอนรับบัตรด้วย) เพื่อขึ้นกระเช้า Crystal พื้นใสเสริมความเสียวระหว่างนั่งกระเช้าที่ปกติมองจากหน้าต่างก็เสียวระดับหนึ่งแล้ว
 |
| บรรไดเลื่อนเพื่อไปขึ้นกระเช้า แอบมีพร็อบเป็นรูปกระเช้าให้ถ่ายรูปได้ |
 |
| ตีตั๋วเรียบร้อย |
 |
| พื้นใส เห็นด้านล่างชัดเจน |
 |
| วิวจากหน้าต่างกระเช้า |
- บรรยากาศบนนั้นจะดีมาก เย็นสบาย เดินถ่ายรูป, แวะซื้อของตามทางไปเรื่อย ระหว่างทางไปไหว้พระ
- จุดตรงกลางเป็นที่ไหว้ จะมีความอัศจรรศอย่างหนึ่งคือเวลาขอพรให้พูดออกมาดังๆจะมีเสียงสะท้อนกลับมา(เสียงก้อง) + รับพลังด้วย โดยหงายมือขึ้นแนบลำตัวเป็นมุมฉาก เอานิ้วโป้งแตะที่ปลายนิ้วชี้และนิ้งกลางเหมือนการจับจีบ จากนั้นก็ทำสมาธิสร้างภาพว่าเกิดแสงสีขาวจากองค์พระหลั่งไหลมาสู่ตัวเราผ่านฝ่ามือที่ยื่นออกไป นิ่งสักอึดใจ
- ขึ้นบรรไดไหว้พระใหญ่เสร็จแล้ว แวะกินข้าวกลางวัน Zen Taiwanese Bistro
 |
| Zen Taiwanese Bistro |
 |
| ค่าเสียหาย |
 |
| บะหมี่ไก่ย่างรสชาติ ok |
 |
| บะหมี่เกี๊ยว เฉยๆ |
 |
| บะหมี่เนื้อ แรกๆ อร่อย แต่หลังๆ เริ่มคาว |
 |
| ข้าวหมูผัด รสชาติใช้ได้ |
 |
| กินข้าวอิ่มแล้วก็แวะร้าน Honeymoon Desert แถวนั้นต่อ กิน Mango Pudding กับ วุ้นมะม่วง |
- เสร็จแล้วขึ้นกระเช้ากลับ แวะ Shopping ห้าง City Gate ตรงทางขึ้นกระเช้าเลย มีร้านพวกเสื้อผ้า brand name ค่อนข้างเยอะ ชั้นล่างจะมี Super market ขายขนมแปลกๆ ที่ไม่มีในกทม.หลายอย่าง แต่ถ้าใครคิดจะซื้อของใน super market แนะนำให้เตรียมถุง Plastic ไปด้วย เพราะเค้าคิดค่าถุงด้วย เห็นหลายๆ คนจะลากกระเป๋าเดินทางมากันเลยทีเดียว
- เสร็จแล้วขึ้นรถไฟยิงยาวไปสถานี Central (อยู่ฝั่งฮ่องกง) ซึ่งอยู่ใต้ตึกอะไรซักอย่างที่มีร้าน Apple สาขาฮ่องกงเปิดอยู่ด้วย
 |
| ร้าน Apple store คนเยอะมาก |
- จากนั้นเดินไปตามถนนเพื่อไปตึก Peak Tram Bus Terminus
 |
| ตึก The peak tram |
 |
| เข้าคิวซื้อตั๋ว (คิวยาวมาก) |
- Tram ถ้าจะให้อธิบายก็จะคล้ายๆ กระเช้าขึ้นเขาวัง เพชรบุรีนี่เอง แต่ระยะทางจะยาวกว่าเยอะ และชันกว่ามากๆ (ชันเกิน 45 องศา) คนยืนนี่แทบจะลงไปนอนเลยทีเดียว ถ้าได้นั่งใกล้หน้าต่างด้านขวา ก็จะเห็นวิวเมืองระหว่างขึ้นไปด้วย
- เมื่อขึ้นมาแล้วก็ไปจ่ายตั๋วเพื่อขึ้นชั้นดาษฟ้าอีกรอบ แล้วเดินขึ้นบรรไดเลื่อนอีก 4 ชั้นก็จะเจอกับวิวสุดอลังการ (ถ้าเป็นไปได้ มาให้ทันก่อนพระอาทิตย์ตก จะได้วิวทั้งตอนสว่าง โพล้เพล้ ละตอนมืดที่มีไฟเมืองสวยงาม) นอกจากวิวจะสวยแล้ว บรรยากาศยังดีด้วย อากาศเย็นสบายทีเดียว
- บนนี้จะมีคนตั้งบรรไดพร้อมกล้อง Polaroid บริการถ่ายรูปร่วมกับวิวด้วย (เสียตังค์) แต่ถ้าพกขาตั้งกล้องไปถ่ายเองก็ได้ หรือเราสามารถใช้เทคนิควางกล้องบนราวสะพานบนนั้น เพื่อให้กล้องนิ่งพอที่จะถ่ายเพื่อนๆ ได้ (แต่จะไม่ได้รูปตัวเองด้วย -_-") พระฉะนั้นเพื่อให้คุ้มกับการขึ้นมา แนะนำให้แบกขาตั้งกล้องขึ้นมาด้วยจะดีมาก
- ขากลับสามาถนั่งรถเมล์ที่จอดอยู่ใกล้ๆ นั้นเพื่อลงมาที่สถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดเพื่อต่อรถกลับที่พัก สะดวกมากมาย
จากที่เคยคิดว่าไปเที่ยวฮ่องกงไม่น่าจะมีอะไร ใจอยากไปกวางโจวมากกว่า
ReplyDeleteเจอรีวิวพี่เข้าไป เปลี่ยนความคิดทันทีเลย