2012/08/07

Inthanon 2012 เที่ยวดอยอินทนนท์ฤดูฝน #1 เตรียมตัว


ใครว่าหน้าฝนเที่ยวไหนไม่ได้ ตอนแรกผมเองก็เชื่อแบบนั้น แต่หลังจากที่ลองค้นๆ ดูก็พบว่ายังมีคนที่ไปเที่ยวดอยอิทนนท์ในช่วงหน้าฝนอยู่เหมือนกัน ไอเดียจึงบรรเจิดขึ้นทันทีว่าหยุดยาวเรามีที่ไปแล้ว หลังจากเหนื่อยจากงานมาอย่างหนักก่อนหน้านี้ เลยรู้สึกอยากเที่ยวให้สมใจอยากซักครั้งหนึ่ง โดยใจอยากไปที่อากาศเย็นๆ เป็นหลัก

หน้าด่านตรวจขึ้นดอยจะมีไฟวิ่งบอกอุณหภูมิของวันนั้นให้ดูด้วย



ซึ่งลองดูในเวปไซท์ก็มีแจ้งเรื่องอุณหภูมิต่ำสุดแถว 10 กว่าๆ ไว้ด้วย เลยคิดว่า เอาวะ ลองเสี่ยงไปดูซักที ใจก็คิดว่าฝนจะตกมั้ยน้า.. คอยดูพยากรณ์อากาศล่วงหน้า 2-3 วันก็คิดว่าคงไม่รอดแน่ๆ แต่ก็ลองดูซักตั้ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับ Trip นี้คือ
  1. ร่ม สำหรับทุกคนใน Trip 1 คันต่อ 1 คนไปเลย
  2. เสื้อฝนไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ เพราะจะลำบากเวลาขึ้นลงรถ ถ้ากลัวเบาะเปียก
  3. อุปกรณ์กันน้ำสำหรับกล้อง (ถ้ามี) กระเป๋าใส่ซองกันชื้นให้เรียบร้อย อุปกรณ์เช็ดเมื่อเปียก
  4. รองเท้าที่รับมือกับน้ำได้ เช่นรองเท้าฟองน้ำที่คลุมนิ้วเท้าด้วย จะได้เรียบร้อยหน่อย ไม่แนะนำพวกที่ทำจากผ้า เพราะเปียกเกือบตลอดเวลา ไม่แห้งซะที
  5. เสื้อหนาวสำหรับคนที่ค่อนข้างขี้หนาว (พูดจริงครับ ถึงกทม. จะร้อน 30 กว่าองศาก็เหอะ)
  6. หมวกปีก สำหรับบางช่วงที่ฝนไม่ตกหนัก ก็ไม่ต้องคอยถือร่ม
และสิ่งที่ต้องทำใจไว้เลยสำหรับ Trip นี้
  1. ดอกนางพญาเสือโคร่ง (ซากุระ) ไม่มีให้เห็นซักดอกแน่ๆ เพราะบานช่วงปลายปี
  2. กุหลาบพันปี ไม่มีให้เห็นซักดอกแน่ๆ เพราะบานช่วงปลายปี
  3. กิ่วแม่ปาน ปิดช่วง มิถุนายน-ตุลาคม ทุกปี
  4. ได้เปียกบ้างแน่ๆ
  5. ขับรถยากขึ้น
แต่ก็แลกมาได้สิ่งเหล่านี้
  1. คนน้อย นักท่องเที่ยวน้อย ไม่ต้องแย่งอะไรใคร ทั้งที่เที่ยว ที่พัก ที่กิน
  2. เย็นสบาย (แน่หล่ะ)
  3. ต้นไม้ดอกไม่ในฤดูนี้จะเขียวชุ่มชื้นมาก
  4. น้ำตกน้ำเยอะ สวย
  5. ผลไม้ช่วงน่าฝน ลูกพลับ สาลี่ หน่อไม้
ถัดมาก็คือการเดินทาง ตามปกติผมมักจะใช้ดอยอินทนนท์เป็นส่วนหนึ่งของ Trip ทำให้ส่วนใหญ่เป็นสถานที่ระหว่าง Trip เช่น กลับจากแม่ฮ่องสอน หรือไปจากเชียงใหม่ มาคราวนี้เป็นเป้าหมายเลยเกิดอาการว่าจะไปทางไหนดี เท่าที่ลอง search ส่วนใหญ่เค้าจะแนะนำให้ไปทางเชียงใหม่ พอถึงลำพูดค่อยเลี้ยวทะลุไปออกสาย 108 บางคนก็ให้วิ่งไปเกือบถึงเชียงใหม่เลยแล้วค่อยเลี้ยวไปเส้น 108 แต่ผมลองให้ Google map route ดู กลับแนะนำให้วิ่งถึงเถิน (ลำปาง) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเส้น 106 แทน สรุปเส้นทางเลยมีประมาณนี้
  1. วิ่งนครสวรรค์ - กำแพงเพชร - ตาก - ลำปาง - ลำพูน - เชียงใหม่ - ดอยอินทนนท์ เส้นทางนี้สำหรับมือใหม่ก็สามารถวิ่งได้ (แต่เหนื่อยวิ่งไกลหน่อย) ทางไม่คดเคี้ยว แทบไม่ต้องใช้แผนที่ วิ่งตามป้ายไปเรื่อยๆ ได้
  2. วิ่งนครสวรรค์ - กำแพงเพชร - ตาก - ลำปาง - ลำพูน - ดอยอินทนนท์  เส้นทางนี้สำหรับมือใหม่ก็พอจะวิ่งได้ แต่คงต้องชำนานเส้นทาง หรือใช้ GPS เพราะวิ่งไปเส้นทางลัดเลาะชุมชนอยู่บ้าง
  3. วิ่งนครสวรรค์ - กำแพงเพชร - ตาก - เถิน - ลี้ - ดอยอินทนนท์ เส้นนี้แนะนำว่าอย่างน้อยควรเคยผ่านการเดินทางไปปายหรือแม่ฮ่องสอนมาแล้ว ถ้าไม่มั่นใจไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะจะมีช่วงจากเถินไปลี้ที่ขึ้นเขาคดเคี้ยว และทางค่อนข้างแคบ แต่ข้อดีคือรถค่อนข้างน้อย และทางสั้นกว่าทาง ลำปาง - ลำพูนอยู่ประมาณ 50 กิโล (ทางนี้เตรียมถุงอ้วกเผื่อลูก Trip ด้วยนะครับ 555)
ผมเลือกใช้เส้นทางที่ 3 ครับ ย้ำอีกทีว่ามือใหม่อย่าใช้เส้นทางนี้
เส้นทางคดเคี้ยวจากเถินไปลี้

ถัดมาก็เรื่องที่พัก อันนี้คือความสบายของการเที่ยวนอกหน้าเทศกาล เพราะที่พักยังค่อนข้างหาได้ แม้จะหาล่วงหน้าก่อนเดินทางเพียง 1 วันก็ยังสามารถหาที่พัก (ที่อยากพักทั้งหมด) บนดอย 2 วัน และที่ลำปางอีก 1 วันได้


ตอนถัดไปมาดูเรื่องแผนกันครับ


สารบัญ
Inthanon 2012 เที่ยวดอยอินทนนท์ฤดูฝน #1 เตรียมตัว
Inthanon 2012 เที่ยวดอยอินทนนท์ฤดูฝน #2 ออกเดินทาง
Inthanon 2012 เที่ยวดอยอินทนนท์ฤดูฝน #3 เที่ยวดอย
Inthanon 2012 เที่ยวดอยอินทนนท์ฤดูฝน #4 ล่องสู่ลำปาง

No comments:

Post a Comment