วันที่สาม: ล่องสู่ลำปาง
- เช้าวันนี้เย็นสบาย 20 อาศาเช่นเดิม สบายแทบไม่อยากจะลุกเลย ส่วนฝนก็ยังตกโปรยปรายอยู่เช่นเดิม
![]() |
| จิบกาแฟสดพร้อมเครื่อง Press ที่มีจัดไว้ให้ในห้อง กับบรรยากาศริมระเบียงสุดอลังการ |
- กินข้าวเช้าเบาๆ ของโครงการหลวง (ข้าวผัดดอยคำอร่อย ข้าวต้มก็อร่อย)
![]() |
| ข้าวผัดดอยคำพร้อมน้ำซุป กับข้าวต้มหอมๆ อุ่นๆ แก้หนาว |
- ก่อนจะลาจากโครงการหลวงอย่างเป็นทางการ ขอแวะซดกาแฟร้อนอีกซักแก้ว
| ลาเต้ร้อน หอมชื่นใจ อยู่ กทม. คงไม่สั่งร้อนเด็ดขาด เพราะอากาศร้อนอยู่แล้ว อิอิ |
- เรียบร้อยแล้วออกเดินทาง ลงจากดอยเรื่อยๆ ก็ไปตามทางเรื่อย ที่แรกเลยแวะบ้านแม่กลางหลวง ดูนาขั้นบรรได สูดอากาศสดชื่นสุดๆ
| ในหมู่บ้านจะมีที่พักของชาวบ้านจัดไว้ให้นักท่องเที่ยวมาพักด้วย |
| Panorama ทุ่งนาขั้นบรรไดในบ้านแม่กลางหลวง |
- เดินทางต่อแวะน้ำตกสิริธาร จอดรถแล้วต้องเดินลงทางลาดอีกพอสมควรก่อนจะเจอลานชมน้ำตก ดูลักษณะแล้วไม่น่าจะมี Tour มาลงนัก แต่วันนี้บังเอิญเจอ Group tour พอดี
| บังเอิญมาพร้อมกับ Group tour ชาวต่างชาติพอดี |
| ชื่อน้ำตกสิริธารเป็นชื่อที่สมเด็จพระราชินีพระราชทานไว้ให้ |
| ภาพน้ำตกที่ต้องแย่งมุมถ่ายกันกับชาวต่างชาติ |
- ขับรถต่อมาไม่ไกล ก็จะเจอทางเข้าน้ำตกวชิรธาร คราวนี้จอดรถใกล้กับน้ำตกมาก เดินนิดเดียวก็ถึงจุดถ่ายรูป น้ำตกวชิรธารใหญ่ทีเดียว น้ำที่ตกลงมาก็แรงจนละออกน้ำฟุ้งขึ้นมาค่อนข้างมาก เลยถ่ายรูปมาแบบกล้าๆ กลัวๆ กล้องเปียก แต่ละอองน้ำก็ทำให้รู้สึกสดชื่นมากเช่นกัน
| น้ำตกวชิรธาร |
- จากนั้นลงมาจนเกือบสุดดอย ขับเข้าน้ำตกแม่ยะ เดินจากทางเข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร ทางค่อนข้างเล็ก คดเคี้ยวเล็กน้อย ประมาณ 6 กิโลจากทางเข้าจะมีจุดตรวจของอุทยานด้วย สามารถใช้บัตรที่ซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนขึ้นดอยแสดงได้
- ถึงจุดจอดรถแล้วเดินเท้าต่อ ขึ้นเนินอีกประมาณ 500 เมตร
| เดินไปตามทางลาดปูน ขึ้น-ลงเนินเล็กน้อย |
| ฮึบ.. ใกล้ละๆ |
| ผ่านหน่วยพิทักษ์น้ำตก แวะห้องน้ำได้ |
- สำหรับผมว่าเดินทางเข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร เพื่อดูน้ำตกแม่ยะเท่านั้นดูจะไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ คงต้องสำหรับคนที่ชอบน้ำตกจริงๆ ใช้เวลากับมันซักหน่อย น่าจะคุ้ม แต่เราต้องไปต่อจึงเพียงแค่แวะถ่ายรูปเล็กน้อย
| น้ำตกแม่ยะเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานดอยอินทนนท์ สำผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติจริงๆ |
- ลงจากดอยเลยค่อนไปทางบ่ายซะแล้ว แวะปั๊มน้ำมันได้ความว่ามีร้านอาหารชื่อทับทิมทอง อยู่ไม่ไกลนัก เข้าซอยซะหน่อย พิกัด 18.4461, 98.7228 รสชาติอาหารแซบใช้ได้ ที่แปลกสำหรับเราก็คือ ลาบปลา รสชาติน่าจะไปทางเหนือ คำแรกแปลกๆ คำต่อๆ ไปชักอร่อยติดใจแฮะ ราคาก็ไม่แพงด้วย
![]() |
| ด้านหน้าและด้านในร้านทับทิมทอง |
![]() |
| ปลาทับทิมลวกจิ้ม, ลาบปลา, หมูมะนาว |
- เสร็จแล้วเดินทางต่อผ่านใกล้ๆ เมืองลำพูน ดูแล้วพอมีเวลาเหลือ เลยแวะไหว้พระธาตุหริภุญชัยด้วย
| บริเวณที่จอดรถหน้าวัด มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นทีเดียว |
| วิหารหลวงเมื่อมองผ่านซุ้มประตู |
| พระประธาน ภายในประดิษฐาน พระแก้วขาว หรือพระเสตังคมณีศรีหรุภุญไชย แกะสลักจากแก้วผลึกใส สูงประมาณ 1 คืบ |
| หอไตร เป็นสถานที่เก็บรักษาคัมภีร์พระไตรปิฎก |
| พระธาตุหริภุญไชย |
| ต้นสาละในบริเวณวัด ออกดอกบานพอดี |
| ร้านเฉาก๊วยที่ทำกิมมิคให้ไม่เหมือนใคร รสชาติใช้ได้ แต่ก็ไม่ถึงกับที่สุดในเมืองมนุษย์หรอก (แพงด้วย) |
- อิ่มบุญแล้วก็เดินทางตามถนนสาย 11 สู่ลำปาง ที่พัก อาลัมภางค์ริมแม่น้ำวัง พิกัด 18.290587, 99.494936
| อาลัมภางค์ ที่พักเราในคืนนี้ |
- ถึงที่พักเก็บของเสร็จ ไม่รอช้าออกเดินตามหาร้านอาหาร กินข้าวเย็นที่ The Riverside พิกัด 18.290637° N 99.493127° E เราเลือกนั่งที่นั่งริมแม่น้ำ
| วิวริมแม่น้ำวังยามเย็นสวยมาก |
| ที่เห็นด้านขวาไกลๆ คือสะพานรัษฎาภิเศกหรือสะพานขาวนั่นเอง |
![]() |
| อาหารออกแนวเอาใจฝรั่งหน่อย จืดไปนิด ถ้าไม่นึกถึงราคาก็ OK นะ |
| ตบท้ายด้วยของหวานแก้เหนื่อยซะหน่อย :P |
- อิ่มท้องแล้วก็เดินเล่นต่อที่กาดกองต้า อยู่บนถนนเดียวกับที่พักนั่นเอง ลักษณะจะคล้ายๆ ถนนคนเดินแต่ของที่ขายก็จะมีของท้องถิ่นแทรกอยู่บ้าง เช่นเครื่องดนตรี และด้านข้างซ้ายขวาก็จะมีอาคารเก่าเรียงรายไปตลอดทาง (เดินเพลิน ลืมถ่ายรูปนั่นเอง :P)





ตัวหนังสือใต้รูปเล็กไปหน่อยป่ะเฮีย อ่านยากอ่ะ
ReplyDelete